วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

คิวปิด

คิวปิด


คิวปิด (อังกฤษ: Cupid, kyu pɪd) หรือ อีรอส (อังกฤษ: Eros, /ɪər ɒs หรือ ɛr ɒs/) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักของโรมัน นิยมเรียกในภาษาไทยว่า "กามเทพ" มักวาดภาพเป็นเด็กชายตัวจ้ำม่ำ เปลือย มีกระบอกศรอยู่ข้างหลัง ในมือถือคันศร หรือกำลังน้าวศร 

     ตำนานเล่าความเป็นมาของเทพเจ้าองค์นี้ต่างๆ กันไป ซิเซโร (Cicero) ได้เล่าไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของเมอร์คิวรี (เฮอร์มีส) และเทพีไดอานา (อาร์ทีมิส) อีกทางหนึ่งว่า โอรสของเมอร์คิวรี และวีนัส (อโฟรไดท์) และอีกทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของมาร์ส (เอรีส ตามปกรณัมของกรีก) และวีนัส 

     สำหรับพลาโตว่าไว้สองทาง ขณะที่ในเธโอโกนีของเฮสิออด ซึ่งเป็น ตำราเทวภูมิศาสตร์ (theoography) ที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกโบราณ ระบุว่า คิวปิด ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเคออส และโลก 

   กามเทพ คิวปิด เทพแห่งความรัก


  ในตำราเกี่ยวกับเทพเจ้าโบราณโดยทั่วไป ระบุว่ามีคิวปิดสององค์ หรือสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของจูปิเตอร์ (เซอุส) และวีนัส อีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของนีกซ์ และเอเรบุส 


     ในตำนานการกำเนิดของคิวปิดส่วนใหญ่ที่ปรากฏบอกไว้ว่า เทพีวีนัสหรืออโฟรไดท์ ได้ลักลอบเป็นชู้กับเทพสงครามเอรีส (เนื่องจากฝ่ายหญิงได้สมรสแล้วกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่าง แต่เทพีวีนัสไม่พอใจ เพราะเทพสวามีเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับงานของตน อีกอย่าง พระนางก็พอใจเทพเอรีสมาแต่แรก แต่ที่ได้แต่งงานกับเทพเฮเฟสทัสเพราะเทพซีอุสยกพระนางให้เป็นรางวัลแก่เทพเฮ เฟสทัส) จนกระทั่งมีโอรส ให้นามว่า คิวปิด หรือ อีรอส กล่าวกันว่า คิวปิดติดแม่มาก และเชื่อฟังแม่ทุกอย่าง เห็นเทพีวีนัสที่ใดก็ต้องมีโอรสคู่ใจอยู่ด้วยเสมอ แต่เวลาก็ล่วงเลยมานาน กามเทพที่สมควรจะเติบโตเป็นหนุ่มกลับไม่ยอมเติบโตขึ้นตามกาลเวลา เทพีผู้เป็นมารดาหนักใจมากจึงไปปรึกษาเทวีธีมิสแห่งความยุติธรรม พระนางจึงได้คำตอบว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะคิวปิดเหงา ไม่มีเพื่อนเล่น หากคิวปิดมีน้อง กามเทพน้อยก็จะเติบโตเอง ไม่นานจากนั้น เทพีอโฟรไดท์ก็มีโอรสอีกองค์กับเทพเอรีส ให้นามว่า แอนตีรอส (เทพแห่งการรักตอบ) คิวปิดจึงเติบโตขึ้นตามเวลา แต่เหล่าศิลปินยังคงปั้นคิวปิดเป็นเด็กอยู่เช่นนั้นเอง

งานเดคูพาจ คืออะไร?


หลายๆ คนคงจะงงๆ กับคำว่า "เดคูพาจ" (Decoupage) คืออะไร แปลว่าอะไร 
งาน "เดคูพาจ" คือการนำกระดาษแน็พกิ้น กระดาษลายต่างๆ สแตมป์ ภาพถ่าย หรือรูปภาพต่างๆ มาติดบนชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็น ไม้ ขวดแก้ว กระเบื้อง กระถาง ตระกร้าพลาสติก ตระกร้าสาน หวาย ใบลาน ผักตบชวา หรือบนพื้นผิวต่างๆ ได้
ดาวเป็นคนชอบทำงานประดิษฐ์ ชอบศึกษาและลองทำงานประดิษฐ์สารพัด แต่มาชื่นชอบงาน "เดคูพาจ" เพราะประการสำคัญคือ "ง่าย" "รวดเร็ว" "อุปกรณ์หาซื้อง่าย" และที่สำคัญที่สุด "คือได้แปลงโฉมของใช้เก่าๆ ในบ้านให้ดูใหม่อีกด้วย" 
งาน "เดคูพาจ" ไม่จำเป็นต้องซื้อชิ้นงานใหม่มามาทำ เราอาจจะนำตระกร้าสานเก่าๆ กระเป๋าสานเก่าๆ แก้วน้ำ แก้วเซรามิค รองเท้า กระเป๋าผ้าเก่าๆ นำมาแปลงโฉมได้หมด แถมรูปแบบการดีไซน์ออกแบบก็ไม่มีขีดจำกัด 
งานที่เราทำออกมาก็ไม่จำเป็นจะต้องเนียบ ถ้าเราแปะกระดาษย่นบ้าง เยินบ้าง ในงานเดคูพาจไม่มีคำว่า "ขี้เหร่" เพราะมันก็ดูสวยไปอีกแบบ บ่อยครั้งไปที่แปะกระดาษย่น บ่อยครั้งไปที่แปะกระดาษขาด ก็ใช้มือถูๆ ให้มันเนียนๆ

วันวาเลนไทน์

 “วันวาเลนไทน์” หรือ วันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี คนส่วนใหญ่จะนิยมมอบของขวัญ ดอกไม้ ชอคโกแลตให้กัน เพื่อแสดงออกถึงความรักต่อกัน บางคนอาจจะยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริงว่าวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?

ประวัติความเป็นมาของวันวาเลนไทน์          วันวาเลนไทน์ นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์

          ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลาย

          ครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อย

ทำไมเราบีบไข่ไก่ ด้วยมือข้างเดียวจึงไม่แตก

  การที่เราใช้มือพียงข้างเดียวบีบไข่ไก่ไม่แตก แม้จะออกกำลังบีบมากมายสักเพียงใดก็ยากที่จะบีบไข่ไก่ให้แตกได้  ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าลักษณะของไข่ไก่วางไว้ในอุ้งมือและ ออกแรงบีบนั้น แรงบีบที่เปลือกไข่จะถูกเฉลี่ยให้เท่ากันทั้งฟองจึงไม่สามารถทำให้ไข่แตกได้ เปลือกไข่จึงไม่แตก

ลดหน้าบวมในตอนเช้าด้วยแตงกวา


    มาแก้ปัญหาใบหน้าบวมในยามตื่นนอนกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป.....ปัญหาใบหน้าบวมยามตื่นนอนนั้น เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ตื่นตัวพร้อมทำหน้าที่ ดังนั้นเราต้อง ช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองโดยการขยิบตาประมาณ 20 ครั้ง หรืออาจนำแตงกวาที่แช่เย็น มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บน ใบหน้าและดวงตา ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ใบหน้าและตาของคุณก็จะหายบวม กลับมาสดชื่นสดใสรับเช้าวันใหม่กัน อีกครั้ง

 


    นอกจากนี้คุณอาจแก้ปัญหาหน้าบวมได้ด้วย วิธีการนวดระหว่างล้างหน้า โดยให้ใช้ปลายนิ้วนวดใบหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ ไล่ตั้งแต่ปลายคาง แก้ม และหน้าผาก แล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใช้นิ้วนางนวดรอบ ๆ ดวงตาของคุณ หากทำเป็นประจำทุก ๆ เช้า คุณ ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหน้าบวมอีกต่อไป

5 กลเม็ดการกินที่ช่วยให้ผอมเร็วขึ้น

5 กลเม็ดการกินที่ช่วยให้ผอมเร็วขึ้น
       การนั่งๆ นอนๆ พักผ่อนในวันหยุด ถือได้ว่าเป็นสิ่งดีทำหรับผู้ชายทำงานอย่างเราๆครับ แต่การนั่งๆ นอนๆ นั้นคงจะพ้นเรื่องของการกินไปไม่ได้อย่างแน่นอน หรือแม้กระทั่งเมื่อคุณทำงานก็ตาม ก็ยังไงๆ ก็คงจะมีการกินที่ตามใจปากไปบ้าง หากเปลี่ยนนิสัยการกินไปไม่ได้ ทำไม่เราไม่เปลี่ยนของที่กินเข้าไปละครับ นอกจากไม่ต้องอดให้ทรมานแล้ว ยังช่วยเสริมสุขภาพด้วยครับ
       1. สลัดผัก 
ไม่ต้องบอกอะไรมากมายเลยครับ สำหรับเมนูนี้ เพราะน่าจะรู้จักกันดี ถึงประโยชน์ของเมนูนี้ แต่อย่างไรก็ดี ควรระวังเรื่องน้ำสลัดหน่อยนะครับ เพราะในน้ำสลัดบางชนิด มีทั้งไข่ น้ำมัน ทางทีดีเลือกแบบ Low fat จะดีมากครับ

       2. พึงระวังสีแดงและสีเหลือง
สีแดงและสีเหลือง เป็นสีที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมากๆเลยครับ จะเห็นได้ว่า อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันทั้งหลาย ก็ล้วนมีสีเหล่านี้ทั้งนั้น เพราะอุปนิสัยของคนเราเช่นนี้ ร้านอาหาร fast foodส่วนใหญ่ จึงสีหลักๆเป็นสีแดงและสีเหลืองในการตกแต่งร้านทั้งนั้น อย่าได้ไปหลงกลสีเหล่านี้นะครับ ทางที่ดี เวลาทำอาหารกินเองที่บ้าน ให้เลือกภาชนะถ้วย ชาม ที่มีสีฟ้าจะดีที่สุด เพราะสีฟ้า เป็นสีที่ยับยังความหิวได้ดีนั้นเอง

       3. น้ำสมสายชู
ไม่ได้ให้ทานน้ำสมสายชูเดี่ยวๆนะครับ แต่ให้ผสมลงไปในอาหารที่ทานเข้าไปด้วย เพราะกรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูมีส่วนตัวช่วยในการผลิตเอ็นไซม์ที่สลายไขมัน ลองเติมน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนชาลงในสลัดผัก หรือเมนูอื่นๆของคุณดูนะครับ รสชาติอาจแปลกๆ แต่มีประโยชน์มากๆ

       4. ของทานเล่น
การทานจุกจิก ก็เป็นอีกนิสัยครับ ที่หลายๆคนอาจลืมตัว แต่หากเราเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ ก็เปลี่ยนสิ่งที่ทานซิครับ ไม่ว่าจะเป็น เบบี้ แครอท หรือผักต่างๆที่ทานดิบได้ ผลไม้ต่างๆ มีของเหล่านี้ติดตู้เย็นไว้ เป็นสิ่งที่ดีเลยครับ

       5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สำหรับนักดื่ม รู้ไหมครับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวการที่ทำให้อ้วนได้ดีมากๆ และยังจะพ่วงโรคต่างๆ มาอีกมากมาย นั่นรวมไปถึงน้ำอัดลมด้วยนะครับ ถ้าคุณต้องการฟิตหุ่น หรือลดน้ำหนักจริงๆ ก็ลดเถอะครับ เปลี่ยนมานั่งกินน้ำมะนาว หรือน้ำเปล่าก็ได้

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต


ประวัติความเป็นมา สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 ตั้งอยู่บริเวณแหลมพันวา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มพิพิธภัณฑ์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์และพืชทะเล สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Freshwater fish & Exotic fish สัมผัสปลาน้ำจืดแปลกใหม่ๆ และปลาที่หาชมได้ยาก เช่น ปลาไหลไฟฟ้า และปลาปิรันย่านักล่าแห่งลุ่มน้ำอเมซอน เป็นต้น
Marine & Coastal Resources Exhibition ร่วมเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งผ่านนิทรรศการที่รวบรวมความรู้จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ตั้งแต่ป่าชายหาด จนกระทั่งดำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึก อีกหนึ่งจุดเด่นในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ คือ อุโมงค์ปลา เมื่อท่านเดินเข้าสู่อาณาเขตใต้ท้องทะเลท่านจะได้พบกับบรรดาปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาเก๋า ปลานกแก้ว และฝูงปลากะพงประเภทต่างๆ
Tunnel Tank & Grouper Tank ตื่นตาตื่นใจไปกับโลกใต้ทะเลแห่งท้องทะเลอันดามัน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของปลาหมอทะเล จำนวน 8 ตัว ตู้ปลาหมอทะเล ซึ่งเป็นปลาขนาดมหึมาแหวกว่ายกันอยู่ในตู้ปริมาตร 110 ตัน ทรง 12 เหลี่ยม ซึ่งบางตัวมีอายุมากกว่า 25 ปี
Science & Nature Trail พักผ่อนหย่อนใจในการชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ & งานวิจัย ซึ่งประกอบไปด้วย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ โรงเพาะฟัก บ่อเต่าทะเล เรือสำรวจทางทะเล "จักรทอง ทองใหญ่" พิพิธภัณฑ์สัตว์และพืชทะเล และพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลหายาก
วัตถุประสงค์: เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของพืชและสัตว์ทะเลต่างๆ รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เวลาเปิดให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.30 - 16.30 น.
ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 16.00 น.
การแสดงโชว์พิเศษ
ชมการสาธิตการโชว์ให้อาหารปลา
เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหละ 1 รอบ เวลา 11.00 น.
อัตราค่าเข้าชม:
ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, เด็กความสูงไม่เกิน 108 ซม., คนพิการ ภิกษุ สามเณร เข้าชมฟรี
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท