วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

คิวปิด

คิวปิด


คิวปิด (อังกฤษ: Cupid, kyu pɪd) หรือ อีรอส (อังกฤษ: Eros, /ɪər ɒs หรือ ɛr ɒs/) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักของโรมัน นิยมเรียกในภาษาไทยว่า "กามเทพ" มักวาดภาพเป็นเด็กชายตัวจ้ำม่ำ เปลือย มีกระบอกศรอยู่ข้างหลัง ในมือถือคันศร หรือกำลังน้าวศร 

     ตำนานเล่าความเป็นมาของเทพเจ้าองค์นี้ต่างๆ กันไป ซิเซโร (Cicero) ได้เล่าไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของเมอร์คิวรี (เฮอร์มีส) และเทพีไดอานา (อาร์ทีมิส) อีกทางหนึ่งว่า โอรสของเมอร์คิวรี และวีนัส (อโฟรไดท์) และอีกทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของมาร์ส (เอรีส ตามปกรณัมของกรีก) และวีนัส 

     สำหรับพลาโตว่าไว้สองทาง ขณะที่ในเธโอโกนีของเฮสิออด ซึ่งเป็น ตำราเทวภูมิศาสตร์ (theoography) ที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกโบราณ ระบุว่า คิวปิด ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเคออส และโลก 

   กามเทพ คิวปิด เทพแห่งความรัก


  ในตำราเกี่ยวกับเทพเจ้าโบราณโดยทั่วไป ระบุว่ามีคิวปิดสององค์ หรือสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของจูปิเตอร์ (เซอุส) และวีนัส อีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของนีกซ์ และเอเรบุส 


     ในตำนานการกำเนิดของคิวปิดส่วนใหญ่ที่ปรากฏบอกไว้ว่า เทพีวีนัสหรืออโฟรไดท์ ได้ลักลอบเป็นชู้กับเทพสงครามเอรีส (เนื่องจากฝ่ายหญิงได้สมรสแล้วกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่าง แต่เทพีวีนัสไม่พอใจ เพราะเทพสวามีเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับงานของตน อีกอย่าง พระนางก็พอใจเทพเอรีสมาแต่แรก แต่ที่ได้แต่งงานกับเทพเฮเฟสทัสเพราะเทพซีอุสยกพระนางให้เป็นรางวัลแก่เทพเฮ เฟสทัส) จนกระทั่งมีโอรส ให้นามว่า คิวปิด หรือ อีรอส กล่าวกันว่า คิวปิดติดแม่มาก และเชื่อฟังแม่ทุกอย่าง เห็นเทพีวีนัสที่ใดก็ต้องมีโอรสคู่ใจอยู่ด้วยเสมอ แต่เวลาก็ล่วงเลยมานาน กามเทพที่สมควรจะเติบโตเป็นหนุ่มกลับไม่ยอมเติบโตขึ้นตามกาลเวลา เทพีผู้เป็นมารดาหนักใจมากจึงไปปรึกษาเทวีธีมิสแห่งความยุติธรรม พระนางจึงได้คำตอบว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะคิวปิดเหงา ไม่มีเพื่อนเล่น หากคิวปิดมีน้อง กามเทพน้อยก็จะเติบโตเอง ไม่นานจากนั้น เทพีอโฟรไดท์ก็มีโอรสอีกองค์กับเทพเอรีส ให้นามว่า แอนตีรอส (เทพแห่งการรักตอบ) คิวปิดจึงเติบโตขึ้นตามเวลา แต่เหล่าศิลปินยังคงปั้นคิวปิดเป็นเด็กอยู่เช่นนั้นเอง

งานเดคูพาจ คืออะไร?


หลายๆ คนคงจะงงๆ กับคำว่า "เดคูพาจ" (Decoupage) คืออะไร แปลว่าอะไร 
งาน "เดคูพาจ" คือการนำกระดาษแน็พกิ้น กระดาษลายต่างๆ สแตมป์ ภาพถ่าย หรือรูปภาพต่างๆ มาติดบนชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็น ไม้ ขวดแก้ว กระเบื้อง กระถาง ตระกร้าพลาสติก ตระกร้าสาน หวาย ใบลาน ผักตบชวา หรือบนพื้นผิวต่างๆ ได้
ดาวเป็นคนชอบทำงานประดิษฐ์ ชอบศึกษาและลองทำงานประดิษฐ์สารพัด แต่มาชื่นชอบงาน "เดคูพาจ" เพราะประการสำคัญคือ "ง่าย" "รวดเร็ว" "อุปกรณ์หาซื้อง่าย" และที่สำคัญที่สุด "คือได้แปลงโฉมของใช้เก่าๆ ในบ้านให้ดูใหม่อีกด้วย" 
งาน "เดคูพาจ" ไม่จำเป็นต้องซื้อชิ้นงานใหม่มามาทำ เราอาจจะนำตระกร้าสานเก่าๆ กระเป๋าสานเก่าๆ แก้วน้ำ แก้วเซรามิค รองเท้า กระเป๋าผ้าเก่าๆ นำมาแปลงโฉมได้หมด แถมรูปแบบการดีไซน์ออกแบบก็ไม่มีขีดจำกัด 
งานที่เราทำออกมาก็ไม่จำเป็นจะต้องเนียบ ถ้าเราแปะกระดาษย่นบ้าง เยินบ้าง ในงานเดคูพาจไม่มีคำว่า "ขี้เหร่" เพราะมันก็ดูสวยไปอีกแบบ บ่อยครั้งไปที่แปะกระดาษย่น บ่อยครั้งไปที่แปะกระดาษขาด ก็ใช้มือถูๆ ให้มันเนียนๆ

วันวาเลนไทน์

 “วันวาเลนไทน์” หรือ วันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี คนส่วนใหญ่จะนิยมมอบของขวัญ ดอกไม้ ชอคโกแลตให้กัน เพื่อแสดงออกถึงความรักต่อกัน บางคนอาจจะยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริงว่าวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?

ประวัติความเป็นมาของวันวาเลนไทน์          วันวาเลนไทน์ นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์

          ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลาย

          ครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อย

ทำไมเราบีบไข่ไก่ ด้วยมือข้างเดียวจึงไม่แตก

  การที่เราใช้มือพียงข้างเดียวบีบไข่ไก่ไม่แตก แม้จะออกกำลังบีบมากมายสักเพียงใดก็ยากที่จะบีบไข่ไก่ให้แตกได้  ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าลักษณะของไข่ไก่วางไว้ในอุ้งมือและ ออกแรงบีบนั้น แรงบีบที่เปลือกไข่จะถูกเฉลี่ยให้เท่ากันทั้งฟองจึงไม่สามารถทำให้ไข่แตกได้ เปลือกไข่จึงไม่แตก

ลดหน้าบวมในตอนเช้าด้วยแตงกวา


    มาแก้ปัญหาใบหน้าบวมในยามตื่นนอนกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป.....ปัญหาใบหน้าบวมยามตื่นนอนนั้น เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ตื่นตัวพร้อมทำหน้าที่ ดังนั้นเราต้อง ช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองโดยการขยิบตาประมาณ 20 ครั้ง หรืออาจนำแตงกวาที่แช่เย็น มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บน ใบหน้าและดวงตา ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ใบหน้าและตาของคุณก็จะหายบวม กลับมาสดชื่นสดใสรับเช้าวันใหม่กัน อีกครั้ง

 


    นอกจากนี้คุณอาจแก้ปัญหาหน้าบวมได้ด้วย วิธีการนวดระหว่างล้างหน้า โดยให้ใช้ปลายนิ้วนวดใบหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ ไล่ตั้งแต่ปลายคาง แก้ม และหน้าผาก แล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใช้นิ้วนางนวดรอบ ๆ ดวงตาของคุณ หากทำเป็นประจำทุก ๆ เช้า คุณ ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหน้าบวมอีกต่อไป

5 กลเม็ดการกินที่ช่วยให้ผอมเร็วขึ้น

5 กลเม็ดการกินที่ช่วยให้ผอมเร็วขึ้น
       การนั่งๆ นอนๆ พักผ่อนในวันหยุด ถือได้ว่าเป็นสิ่งดีทำหรับผู้ชายทำงานอย่างเราๆครับ แต่การนั่งๆ นอนๆ นั้นคงจะพ้นเรื่องของการกินไปไม่ได้อย่างแน่นอน หรือแม้กระทั่งเมื่อคุณทำงานก็ตาม ก็ยังไงๆ ก็คงจะมีการกินที่ตามใจปากไปบ้าง หากเปลี่ยนนิสัยการกินไปไม่ได้ ทำไม่เราไม่เปลี่ยนของที่กินเข้าไปละครับ นอกจากไม่ต้องอดให้ทรมานแล้ว ยังช่วยเสริมสุขภาพด้วยครับ
       1. สลัดผัก 
ไม่ต้องบอกอะไรมากมายเลยครับ สำหรับเมนูนี้ เพราะน่าจะรู้จักกันดี ถึงประโยชน์ของเมนูนี้ แต่อย่างไรก็ดี ควรระวังเรื่องน้ำสลัดหน่อยนะครับ เพราะในน้ำสลัดบางชนิด มีทั้งไข่ น้ำมัน ทางทีดีเลือกแบบ Low fat จะดีมากครับ

       2. พึงระวังสีแดงและสีเหลือง
สีแดงและสีเหลือง เป็นสีที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมากๆเลยครับ จะเห็นได้ว่า อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันทั้งหลาย ก็ล้วนมีสีเหล่านี้ทั้งนั้น เพราะอุปนิสัยของคนเราเช่นนี้ ร้านอาหาร fast foodส่วนใหญ่ จึงสีหลักๆเป็นสีแดงและสีเหลืองในการตกแต่งร้านทั้งนั้น อย่าได้ไปหลงกลสีเหล่านี้นะครับ ทางที่ดี เวลาทำอาหารกินเองที่บ้าน ให้เลือกภาชนะถ้วย ชาม ที่มีสีฟ้าจะดีที่สุด เพราะสีฟ้า เป็นสีที่ยับยังความหิวได้ดีนั้นเอง

       3. น้ำสมสายชู
ไม่ได้ให้ทานน้ำสมสายชูเดี่ยวๆนะครับ แต่ให้ผสมลงไปในอาหารที่ทานเข้าไปด้วย เพราะกรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูมีส่วนตัวช่วยในการผลิตเอ็นไซม์ที่สลายไขมัน ลองเติมน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนชาลงในสลัดผัก หรือเมนูอื่นๆของคุณดูนะครับ รสชาติอาจแปลกๆ แต่มีประโยชน์มากๆ

       4. ของทานเล่น
การทานจุกจิก ก็เป็นอีกนิสัยครับ ที่หลายๆคนอาจลืมตัว แต่หากเราเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ ก็เปลี่ยนสิ่งที่ทานซิครับ ไม่ว่าจะเป็น เบบี้ แครอท หรือผักต่างๆที่ทานดิบได้ ผลไม้ต่างๆ มีของเหล่านี้ติดตู้เย็นไว้ เป็นสิ่งที่ดีเลยครับ

       5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สำหรับนักดื่ม รู้ไหมครับว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวการที่ทำให้อ้วนได้ดีมากๆ และยังจะพ่วงโรคต่างๆ มาอีกมากมาย นั่นรวมไปถึงน้ำอัดลมด้วยนะครับ ถ้าคุณต้องการฟิตหุ่น หรือลดน้ำหนักจริงๆ ก็ลดเถอะครับ เปลี่ยนมานั่งกินน้ำมะนาว หรือน้ำเปล่าก็ได้

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต


ประวัติความเป็นมา สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 ตั้งอยู่บริเวณแหลมพันวา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มพิพิธภัณฑ์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์และพืชทะเล สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Freshwater fish & Exotic fish สัมผัสปลาน้ำจืดแปลกใหม่ๆ และปลาที่หาชมได้ยาก เช่น ปลาไหลไฟฟ้า และปลาปิรันย่านักล่าแห่งลุ่มน้ำอเมซอน เป็นต้น
Marine & Coastal Resources Exhibition ร่วมเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งผ่านนิทรรศการที่รวบรวมความรู้จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ตั้งแต่ป่าชายหาด จนกระทั่งดำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึก อีกหนึ่งจุดเด่นในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ คือ อุโมงค์ปลา เมื่อท่านเดินเข้าสู่อาณาเขตใต้ท้องทะเลท่านจะได้พบกับบรรดาปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาเก๋า ปลานกแก้ว และฝูงปลากะพงประเภทต่างๆ
Tunnel Tank & Grouper Tank ตื่นตาตื่นใจไปกับโลกใต้ทะเลแห่งท้องทะเลอันดามัน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของปลาหมอทะเล จำนวน 8 ตัว ตู้ปลาหมอทะเล ซึ่งเป็นปลาขนาดมหึมาแหวกว่ายกันอยู่ในตู้ปริมาตร 110 ตัน ทรง 12 เหลี่ยม ซึ่งบางตัวมีอายุมากกว่า 25 ปี
Science & Nature Trail พักผ่อนหย่อนใจในการชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ & งานวิจัย ซึ่งประกอบไปด้วย เส้นทางศึกษาธรรมชาติ โรงเพาะฟัก บ่อเต่าทะเล เรือสำรวจทางทะเล "จักรทอง ทองใหญ่" พิพิธภัณฑ์สัตว์และพืชทะเล และพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลหายาก
วัตถุประสงค์: เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของพืชและสัตว์ทะเลต่างๆ รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เวลาเปิดให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.30 - 16.30 น.
ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 16.00 น.
การแสดงโชว์พิเศษ
ชมการสาธิตการโชว์ให้อาหารปลา
เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหละ 1 รอบ เวลา 11.00 น.
อัตราค่าเข้าชม:
ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 20 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, เด็กความสูงไม่เกิน 108 ซม., คนพิการ ภิกษุ สามเณร เข้าชมฟรี
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท

วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับในรองเท้าของคุณแบบง่าย ๆ



       เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน จึงทำให้หลายคนต้องฝ่าสายฝนเดินทางออกไปทำงานกันทุกวี่ทุกวัน ซึ่งสร้างความรำคาญให้คุณอยู่มิใช่น้อย แน่นอนว่าต้องมีบ้างที่ไม่ได้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับฝนจนเนื้อตัวเปียกปอน ลำพังแค่เสื้อผ้าเปียกก็ยังพอซักและใช้เวลาตากให้แห้งได้ไม่นาน แต่ถ้าเป็นรองเท้าที่คุณใส่เปียกนี่สิแย่แน่ ยิ่งถ้าทนฝืนใส่ติดต่อกันทุกวันก็จะสร้างความอับชื้น และกลิ่นเหม็นให้กับรองเท้าได้เป็นอย่างมาก แล้วเราควรทำยังไงดีเพื่อ    ช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรองเท้ากันดีหนอ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นที่จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นรองเท้าได้ดังต่อไปนี้
          ตากในที่อากาศถ่ายเทดี
ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบราคาถูกหรือรองเท้าหนังราคาแพง แต่ถ้ารองเท้าคุณอับชื้นอยู่แล้วยังทนใส่ต่อไปเพราะเป็นคู่โปรดคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เพราะรองเท้าที่อับชื้นมักเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียที่นอกจากจะทำให้รองเท้ามีกลิ่นเหม็นแล้ว ยังส่งผลต่อกลิ่นเหม็นของเท้าคุณได้ด้วย ถ้าเป็นไปได้ให้นำรองเท้าของคุณไปตากแดดหรือวางไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกบ้างนะ เมื่อรองเท้าได้รับลมรับแดดจากธรรมชาติจะสามารถช่วยลดความอับชื้น และลดกลิ่นเหม็นได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย
           ใช้เบกกิ้งโซดา
โรยเบกกิ้งโซดาในรองเท้าแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหนึ่งคืนก็สามารถช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากรองเท้าของคุณได้ อย่างไรก็ดีไม่ควรใช้เบกกิ้งโซดากับรองเท้าหนัง เพราะอาจทำให้หนังรองเท้าเสียหาย ถ้าเกิดว่าตอนนี้คุณหาเบกกิ้งโซดามาใช้ไม่ได้ คุณสามารถเลือกใช้เกลือที่ดูดซับความชื้นและดับกลิ่นมาทดแทนได้เช่นกัน
           นำกระดาษหนังสือพิมพ์ใส่รองเท้า
เมื่อรองเท้าอับชื้น วิธีแก้ไขที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือ ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เข้าช่วย เพียงคุณใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาปั้นเป็นก้อนแล้วนำมายัดเข้าไปข้างใน รองเท้า จากนั้นก็ทิ้งไว้หนึ่งคืน เพราะกระดาษหนังสือพิมพ์สามารถช่วยดูดความชื้นในรองเท้ารวมทั้งช่วยดับกลิ่น ได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยรักษารูปทรงรองเท้าไปในตัวอีกต่างหาก
          ใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค
ผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ สามารถขจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นได้อย่างชะงัก โดยส่วนผสมของสเปรย์จะช่วยลดจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่เกิดจากสิ่งสกปรกได้อย่างดี เพียงแค่ฉีดสเปรย์เข้าไปแล้วรอซักประมาณ 10 นาที เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นเหม็นได้เป็นอย่างดี
จากข้อแนะนำที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรองเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงเท่านี้คุณก็ใส่รองเท้าคู่เก่งได้เหมือนเดิม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีกลิ่นอีกต่อไป ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือคุณควรสลับรองเท้าคู่อื่นไว้ใส่ใช้งานบ้าง จะได้ไม่ต้องใช้งานรองเท้าคู่ใดคู่หนึ่งหนักจนเกินไป ยังไงก็ดูแลหน่อยนะเพื่อถนอมรองเท้าให้ใช้ได้อย่างยาวนาน รวมถึงเพื่อสุขภาพเท้าที่ดีของคุณด้วย

รวบผมหนีฝนอย่างมีสไตล์ ง่าย ๆ แค่มัดแล้วม้วน

 1. รวบผมเป็นหางม้า โดยให้อยู่ระดับกลาง ๆ ของศีรษะ ไม่สูงเกินไปไม่ต่ำเกินไป 

ทรงผม

       2. ค่อย ๆ ดึงยางรัดผมให้เลื่อนลงมาจนถึงปลายผม เหลือความยาวไว้ราว 3 นิ้ว เพื่อให้เหลือผมยาวพอที่จะติดกิ๊บซ่อนปลายผมได้ 
ทรงผม

       3. แบ่งผมออกเป็นสองฝั่งเท่า ๆ กัน ตั้งแต่กลางศีรษะลงมาจนถึงช่วงของยางรัดผม 
ทรงผม

       4. ตลบปลายผมขึ้น โดยยกผมให้พับขึ้นตรงระดับต้นคอ จากนั้นจึงสอดมันลงไปในช่องที่แบ่งเอาไว้ 
ทรงผม

       5. ทำขั้นตอนเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ 
ทรงผม

       6. เมื่อทำได้ประมาณหนึ่งแล้วผมจะเริ่มม้วนจับกันเป็นเกลียว และอยู่ชิดท้ายทอยมากขึ้น 
ทรงผม

      7. เมื่อม้วนจนผมตึงและอยู่ชิดท้ายทอยพอดี ให้เหน็บปลายผมที่เหลือไปซ่อนไว้ด้านในให้มากที่สุด แล้วใช้กิ๊บดำติดให้แน่นหนา 
ทรงผม

      8. เช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง ใช้ปลายหวีเหน็บผมที่ชี้ออกมาเข้าไป แล้วฉีดสเปรย์แบบเพิ่มความเงางามทับให้เกลียวผมมีประกายสวย เท่านี้เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ 
ทรงผม


          ผมทรงนี้ทำเสร็จแล้วสวย มีลูกเล่นในตัวเอง ไม่ต้องติดกิ๊บหรือเครื่องประดับอื่น ๆ เพิ่มเลยล่ะ เก็บไว้เป็นอีกหนึ่งทรงผมสำหรับหน้าฝนของสาวผมยาวดูนะคะ ^^

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก

The Grand Canyon, Arizona, U.S.A

แกรนด์ แคนยอน มีความลึก 5,000 ฟุต ยาว 277 ไมล์ และได้รับการสันนิษฐานว่าน่าจะมีการแกะสลักจากพื้นโลก โดยการกัดเซาะของกระแสน้ำจากแม่น้ำโคโลราโด รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงประมาณหกล้านปีมาแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Mount Fuji, Japan


สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก
ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความสูงถึง 12,388 ฟุต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามจับตา ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่สงบ หลังจากการประทุครั้งสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ. 1708
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Hanging Lake, Colorado, U.S.A.
ทะเลสาบ Hanging ในแถบโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เป็นธารน้ำตกที่มีทะเลสาบขนาดเล็กอันสวยงาม น้ำส่องประกายสีเทอร์ควอยซ์ เนื่องจากมีแร่หินอ่อนปะปนอยู่ในน้ำ และเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ ที่ดอกโคลัมไบน์เหลืองสามารถเจริญเติบโตได้
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Machu Picchu, Peru
มาชู ปิกชู แห่ง เปรู ถูกค้นพบอีกครั้งใน ปี ค.ศ. 1911 ซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 7,970 ฟุต เป็นศูนย์กลางความสำคัญทางโบราณคดีของอเมริกาใต้ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : St Lucia, West Indies
ถ้ามองในแง่ของปลายทางสุดโรแมนติก St Lucia แห่ง อินเดียตะวันตก ต้องติด 1 ใน 3 อันดับต้นๆ ของโลก นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมี รีสอร์ท Ladera ที่พักชื่อดัง ที่ให้บริการห้องพักสุดหวือหวา ด้วยผนังเพียง 3 ด้าน อีกหนึ่งด้านที่เหลือเปิดโล่ง พร้อมสระว่ายน้ำไร้ขอบ เพื่อชมทิวทัศน์มหาสมุทรและพระอาทิตย์ตก ได้อย่างเต็มตา
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Himalayas, Asia
เทือกเขาหิมาลัย เปรียบได้กับสถานที่พบรักของผืนดินและแผ่นฟ้า ยอดเขาสูงอย่าง เอเวอเรสต์ และ เคทู ก็ตั้งอยู่
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Sahara Desert, Northern Africa
ทะเลทรายซาฮารา เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีเนื้อที่มากกว่า 9,000,000 ตารางกิโลเมตร เทียบได้กับขนาดของประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Milford Sound, New Zealand
ยอดผาสูงกว่า 4,000 ฟุต ตระหง่านเหนือลำน้ำลึก ธรรมชาติโอบล้อมด้วยบรรยากาศน้ำตกไหลหลากท่ามกลางป่าดิบชื้น Milford sound หนึ่งในจุดหมายปลายทางอันแสนวิเศษ ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศนิวซีแลนด์
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Hawaii Volcanoes National Park, Hawaii, U.S.A.
10 อันดับสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก
อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย ตั้งอยู่ที่ หมู่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ห่างจากชายฝั่งสหรัฐอเมริกาประมาณ 3,700 กม. ฮาวาย ถือว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความเป็นเอกเทศ พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนมีวิวัฒนาการมากว่า 70 ล้านปี และเกือบทั้งหมดนั้นเป็นพันธุ์ที่มีที่นี่เดียว
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Iguazu Waterfalls, Argentina-Brazil Border, S. America
Iguazu หนึ่งในน้ำตกสวยมหัศจรรย์ ที่ยูเนสโกยกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งเขตแดนประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่กว่า 270 แห่ง แต่ละแห่งมีความยาวมากกว่า 1 ไมล์ และส่วนใหญ่มีความสูงอยู่ที่ 200 ฟุต 

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเทคโนโลยี


การป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเทคโนโลยีเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากและได้หลาย ๆ ครั้ง การแก้ไขปัญหาจะต้องมีการประยุกต์ให้มีความเหมาะสมกับแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจต้องมีวิธีการที่แตกต่างกันไป เช่น

1. การทำให้รู้จักคุณค่า และมีปริมาณจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม2. การรู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ3. การรู้จักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การเลือกดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพยายามหาวิธีการเพิ่มผลกระทบด้านที่เป็นประโยชน์ การพยายามเลือกใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดผลกระทบในด้านความเสียหาย4. การควบคุม การเสนอแนะ และการชักชวน เป็นการดำเนินงานโดยหน่วยงานของรัฐบาล องค์การ บริษัท นักวิชาการและบุคคลที่มีความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น
- การควบคุม อาจเกิดจาก กฎหมาย ระเบียบ และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ- การเสนอแนะ เป็นการเสนอแนะข้อเสนอต่างๆ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบของเทคโนโลยี เช่น ตามอนุกรม ISO 14000 อนุกรม ISO18000 และอนุกรม ISO 9000- การชักชวน เช่น การเผยแพร่ความรู้5. การเผยแพร่ความรู้ เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับการเผยแพร่ความรู้ในเรื่องทั่ว ๆ ไป เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบของเทคโนโลยีโดยทั่วไป และการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบของเทคโนโลยี6. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง เป็นการดำเนินงานเพื่อให้ได้รับความรู้สำหรับนำมาใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น การศึกษาและวิจัยเพื่อกำหนดมาตรฐานปริมาณของอินทรีย์สารในน้ำทิ้ง ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดสภาพการเน่าเสียของน้ำขึ้น7. การวางแผน การจัดการ และการประสานงานในการดำเนินงาน เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับการวางแผน การจัดการ และการประสานงานในการดำเนินงาน เนื่องจากการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวนี้มีหน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ปฏิบัติงาน ผู้ที่ทำการศึกษา วิจัย ตลอดจนนักวิชาการ


ผลกระทบของเทคโนโลยี

ในภาพรวมของเทคโนโลยีทั้งหมด
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความจำเป็นและเพิ่มความสำคัญเป็นลำดับมากขึ้นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์แม้ว่าการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเอื้ออำนวยในด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายและอายุยืนนานขึ้น หากการการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ โดยมิได้พิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบและกว้างไกลแล้ว ย่อมเกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและสมดุลทางธรรมชาติอย่างมหันต์ เมื่อมองไปข้างหน้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรช่วยเตรียมให้มนุษย์มีความพร้อมที่จะเผชิญกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ข้อที่พึงตระหนัก คือ การดำรงชีวิตของมนุษย์มิใช่เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติ หรือการทำตนอยู่เหนือธรรมชาติ หากแต่มนุษย์ต้องเรียนรู้ธรรมชาติที่จะดำรงชีวิตอย่างสันติร่วมกับผู้อื่น กับสังคมวัฒนธรรม และกับธรรมชาติ
ดังนั้นในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคน จะต้องเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการทางด้านความรู้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ ด้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้บุคคลในสังคม รู้จักวิธีการคิดอย่างมีเหตุผล มีวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีระบบ อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาซึ่งวิธีการคิดนั้นเป็นวิธีเดียวกันกับที่ใช้อยู่ในกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการใช้เทคโนโลยีสามารถที่จะก่อให้เกิดผลกระทบได้ทั้งด้านที่มีประโยชน์และด้านที่เป็นผลเสีย 

1. ด้านที่เป็นประโยชน์ ผลของการใช้เทคโนโลยีได้ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อันมีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย เช่น อุปกรณ์สำหรับใช้ในการตรวจและรักษาโรค โทรเลข โทรศัพท์ อุปกรณ์การสื่อสารต่าง ๆ การค้นพบคอมพิวเตอร์และการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางด้านการแพทย์ การสำรวจ การประมง การควบคุมอากาศยานและยานพาหนะ การใช้คอมพิวเตอร์ ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในสถานประกอบการอุตสาหกรรมและการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า เทคโนโลยีสารสนเทศน์ (Information system) การพัฒนาระบบการชลประทานและการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก การผลิตปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพ การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและการถนอมอาหาร และการใช้เทคโนโลยีในการผลิตเสื้อผ้าและเครื่องนุ่มห่ม



2. ด้านความเสียหายหรือสูญเสีย

2.1 การเกิดสภาพการเน่าเสียของน้ำ

2.2 การเกิดปัญหาขยะและสิ่งปฏิกูล- กลิ่นเน่าเหม็น- เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและพาหะนำเชื้อโรค- เกิดสภาพที่ไม่น่าดูและไม่พึงปรารถนา- เป็นแหล่งสะสมสารพิษ

2.3 การเกิดปัญหาการแพร่กระจายของสารเคมีที่เป็นสารพิษ

2.4 การเกิดปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรคและพาหะนำโรค

2.5 การเกิดปัญหาโรคภัยไข้เจ็บความพิการหรือมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอของประชากร- ความเครียด- เสียงที่ดังเกินไป- ความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ- การแพร่ระบาดของโรค- การได้รับสารพิษ

2.6 การเกิดปัญหาการลดลงของทรัพยากรต่างๆ- การลดลงของทรัพยากรป่าไม้- การลดลงของทรัพยากรป่าชายเลน- การลดลงของทรัพยากรสัตว์น้ำ


ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


 

 ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสรเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนสนองความต้องการด้านต่างๆ ของผู้ใช้ปัจจุบันซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสรเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆทั้งที่้เกิดประโยชน์และโทษ 



 1. ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงการทำงานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือที่รู้จักกีนว่า ไซเบอรฺ์สเปช (cyber space) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่นการพูด การชื้อสินค้า และบริการ การทำงานผ่านเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง (virtual) เช่น เกมส์เสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทำให้ลดเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา          สำหรับเกมส์เสมิอนจริง อาจสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างเกมส์หรือชีวิตจริงอาจใช้ความรุนแรงเลียนแบบกม และเกิดปัญหาอาชญากรรมตามที่เป็นข่าวในสังคมปัจจุบันการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-cash) การใช้เงินตราจะเริ่มเปลี่ยนรูปแบบเป็นการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้พกเงินสดน้อยลงเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆด้วยบัตรที่มีลักษณะเป็นบัตรสมาร์ตหรือสมาร์ตการ์ด (smart card)      เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อาจมีผู้ประสงค์ร้ายลักลอบนำข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และรหัสที่ใช้ในการถอนเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ในทางที่ผิด เช่น ลักลอบเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลบัญชีเงินฝากของธนาคาร เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีตนเองการโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร หลอกให้ทำการโอนเงินจากบัญชีออกไปให้โดยบอกว่าจะทำการคืนเงินภาษีทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างการก่ออาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

           2. ด้านเศรษกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์(globalization) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการโทรทัศนที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมของประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันที ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ระบบเศรษกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขตจำกัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษญกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น







           3. ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศ ร่วมกับการจัดเก็บรักษาข้อมูลระดับน้ำทะเล ความสูงของคลื่นจากระบบเรดาร์ เป็นการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และนำข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสมนอกจากนี้ในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบผสม (hybrid engine) เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุมให้เครื่องยนต์ลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการลดมลภาวะจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน 
          ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ เครื่องพิมพ์ ที่เสียหรือไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งต่างจากขยะทั่วไป เช่น ถึงพลาสติก และเศษอาหาร โดยในขยะอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นหนึ่งๆ มีส่วนประกอบที่เป็นโลหะและพลาสติก รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่ประกอบกันอย่างซับซ้อน ยากต่อการแยกออกมา โดยเฉพาะในแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีรายงานพบว่าขยะเหล่านี้นอกจากมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็วแล้ว ยังปลดปล่อยสารพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อม การจะแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้วนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล จึงทำได้ยากมากกว่าขยะทั่วไป เพราะต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสม จึงต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญและต้องจัดการอย่างมีระบบ ดังนั้นจึงควรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้คุ้มค่า จะซื้อใหม่เมื่อมันไม่สามารถซ่อมแซมได้ และไม่เปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยๆ ตามกระแสนิยม


วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : ผกาพร นามสกุล :  ศรีวิกูล
ชื่อเล่น : เจน
วันเกิด : 23 มิถุนายน 2539 อายุ : 16 ปี
ที่อยู่ : 6 ม. 14 ต. ชมพู อ. เมือง จ. ลำปาง 52100
ชั้น : ม.4/6 แผนการเรียน : อังกฤษ-จีน
โรงเรียน : ลำปางกัลยาณี
งานอดิเรก : งานหนังสือนวนิยาย ดูหนัง
กีฬา : แบดมินตัน วอลเล่ย์บอล แฮนด์บอล